ดูดวงฟรี

วันวาเลนไทน์ ( Valentine’s Day ) ประวัติวันวาเลนไทน์

วันวาเลนไทน์ ( Valentine’s Day ) ประวัติวันวาเลนไทน์

วันวาเลนไทน์ ( Valentine’s Day ) ประวัติวันวาเลนไทน์
วันวาเลนไทน์ ( Valentine’s Day ) ประวัติวันวาเลนไทน์
วันวาเลนไทน์ แล้ว!! เพื่อนๆ คนไหนที่กำลังมีความรัก ก็อย่าลืมเตรียมตัว เตรียมความพร้อมสำหรับอะไรสักอย่างที่แสนจะพิเศษ ระหว่างคุณกับคนที่เรารักไว้ด้วยล่ะ ส่วนเพื่อน ๆ คนไหนที่ยังโสดกันอยู่ ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นี้ เพื่อน ๆ อาจจะพบกับคนที่ถูกใจก็เป็นได้น๊าา..ว่าแต่ว่า เพื่อน ๆ เคยสงสัยกันมั้ยว่า วันวาเลนไทน์ เนี่ย มีประวัติ ความเป็นมาอย่างไร ทำไม เราจึงเรียกวันนี้ ว่า วันวาเลนไทน์ แถมยังมีความหมายที่แสนจะไพเราะ ว่า เป็น วันแห่งความรัก ซะด้วย... วันนี้ Horoworld.com ขอนำพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับ ประวัติวันวาเลนไทน์ อันแสนอุบอุ่นนี้กันเลยจ้า...



วันที่14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีคือ วันนักบุญวาเลนไทน์ (Saint Valentine’s Day) หรือที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า วันวาเลนไทน์ (Valentine’s Day) ซึ่งเป็นวันประเพณีที่คู่รักบอกให้กันและกันทราบเกี่ยวกับความรักของพวกเขา โดยการส่งการ์ดวาเลนไทน์ ซึ่งโดยมากจะไม่ระบุชื่อ วันนี้เริ่มเกี่ยวข้องกับความรักแบบชู้สาวในช่วงยุค High Middle Ages เมื่อประเพณีความรักแบบช่างเอาใจ (courtly love) ได้แผ่ขยายออกไป ประวัติความเป็นมา วันวาเลนไทน์ได้มีผู้ได้กล่าวไว้เยอะมาก ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวข้องกับนักบุญวาเลนไทน์


ประวัติวันวาเลนไทน์ บทที่1

กำเนิดวันวาเลนไทน์ เทศกาลวาเลนไทน์ เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ ในยุคนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุด เพื่อเป็นเกียรติแต่ เทพเจ้าจูโน่ผู้เป็นจักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจากนี้แล้วพระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่งอิสตรีเพศและการแต่งงาน และในวันถัดมา คือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาลเฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย การดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวจะถูกตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม มีขนบธรรมเนียมอย่างหนึ่งของชายหนุ่มก็คือ การจับฉลาก ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะเริ่มต้นเทศกาลลูเพอร์คาร์เลีย ชื่อของเด็กสาวจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษและใส่ลงในไห ชายหนุ่มแต่ละคนจะจับฉลากเพื่อเลือกคู่ในเทศกาลเฉลิมฉลองนี้ บ่อยครั้งที่หนุ่มสาวต่างถูกใจกัน และแต่งงานกันในเวลาต่อมา

ในรัชสมัยของจักรพรรดิคลอดิอัสที่ 2 แห่งโรม พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีใจคอดุร้าย และทรงนิยมการทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วมในกองทัพ เนื่องมาจาก ไม่อยากจากคู่รัก และครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโองการสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและแต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด ทำให้ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง ขณะนั้นเอง พระรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ซึ่งอาศัยอยู่ในโทรม ได้ร่วมมือกับเซนต์มาริอัส จัดพิธีแต่งงานให้กับชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนาดีของท่านนี้เอง จึงทำให้ท่านถูกตัดสินประหารชีวิตโดยเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.270 ซึ่งตรงกับเทศกาลลูเพอร์คาร์เลีย ตามประเพณีโบราณพอดี ณ โอกาสนี้เอง กลุ่มคนนอกศาสนาได้รื้อฟื้นประเพณีจับฉลากขึ้นมาใหม่ โดยชายหนุ่มจะเป็นผู้เขียนชื่อหญิงสาวลงไปด้วยตัวเอง ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรัก และดูเหมือนว่ายังคงเป็นธรรมเนียม ที่ชายหนุ่มจะเลือกหญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์ สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้


ประวัติวันวาเลนไทน์ (บทที่2)

วาเลนไทน์ (Valentine) คือวันที่ระลึกถึง นักบุญเซนต์วาเลนไทน์ (Saint Valentine) ผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตา ความรัก และความปรารถนาดี ต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง แต่สุดท้ายเขาต้องจบชีวิตลงด้วยการรับโทษประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หรือเมื่อประมาณ 1,728 ปีล่วงเลยมาแล้ว ซึ่งเป็นยุคสมัยของจักรวรรดิโรมันที่ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับ ซํ้าร้ายภายใต้การปกครองของกษัตริย์ คลอดิอุสที่ 2 ผู้ออกกฎหมายบีบบังคับให้ประชาชนเลิกนับถือ และห้ามให้มีแต่งงานของพวกคริสเตียนเกิดขึ้น แต่ยังคงมีผู้นำคริสเตียนคนหนึ่งชื่อ วาเลนตินัส หรือที่ได้รับการยกย่องเป็น เซนต์วาเลนไทน์ ในภายหลัง คอยลักลอบแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักคริสเตียนจนถูกจับขังและรับโทษทรมานแสนสาหัสอยู่ในคุก

ในขณะที่ถูกคุมขังนั้น เขาก็พบรักกับสาวตาบอด ซึ่งเธอเป็นลูกสาวของผู้คุมในคุก ด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขา พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของสาวคนรักหายเป็นปกติ เมื่อความนี้ล่วงรู้ถึงหูกษัตริย์คลอดิอุสที่ 2 พระองค์จึงสั่งให้ลงโทษ วาเลนตินัส ด้วยการโบยและนำไปประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ ในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกนำไปประหารนั้น ได้เขียนจดหมายสั้น ๆ เป็นการอำลาส่งไปให้หญิงคนรักของเขา โดยลงท้ายในจดหมายว่า ...จากวาเลนไทน์ของเธอ (Love From Your Valentine)



ต่อมาเมื่อคนทั่วไปทราบเรื่องราวจึงเกิดความประทับใจในความรักของเขา ยึดถือเอาวันที่14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น วันแห่งความรัก Saint Valentine’s Day หรือ Valentine’s Day และได้นิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรป อเมริกา รวมทั้งในทวีปเอเชียด้วย 

แล้วนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของวันวาเลนไทน์ค่ะ เป็นยังไงกันบ้างค่ะสำหรับประวัติวันวาเลนไทน์ที่วันนี้ Horoworld.com  นำมาฝากกัน สุดท้ายนี้ขอพูดประโยคที่ว่า Happy Valentine’s Day ขอให้วันนี้เป็นวันแห่งความรักของเพื่อนๆทุกคนนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:
http://www.phuketbulletin.co.th/culture/view.php?id=696